AIA HEALTH STARTER

ประกันสุขภาพที่ช่วยให้ วางแผนได้ยืดหยุ่นขึ้น

AIA HEALTH STARTER เป็นสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการ วางแผนค่ารักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับงบประมาณ โดยมีรูปแบบค่าใช้จ่ายร่วม และระดับความคุ้มครองให้พิจารณาตามแผนที่เลือก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวางแผนสุขภาพ หรือเพิ่มความคุ้มครองจากสวัสดิการที่มีอยู่เดิม

อายุรับประกัน Begin: 15 วัน–75 ปี
Balanced: 11–75 ปี
ต่ออายุได้ถึง อายุ 98 ปี
ความคุ้มครอง IPD + OPD ตามแผน
จุดเด่นของแผน

Health Starter ช่วยวางแผนสุขภาพอย่างไร?

เลือกระดับความคุ้มครอง และพิจารณาค่าใช้จ่ายร่วมให้เหมาะกับ รูปแบบการใช้โรงพยาบาลและงบประมาณของคุณ

รองรับค่ารักษาผู้ป่วยใน

ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเมื่อต้อง เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ภายในวงเงินและรายละเอียดของแผนที่เลือก

มีผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก

ผลประโยชน์ OPD มีในแผน 2,000–4,500 วงเงิน 4,000–7,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ตามแผน ส่วนแผน 1,500 ไม่มีผลประโยชน์ OPD ทั่วไป

เลือกแผนให้เหมาะกับงบประมาณ

สามารถพิจารณาระดับความคุ้มครอง ให้เหมาะกับค่ารักษาที่ต้องการรองรับ และงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันภัย

บริหารค่าใช้จ่ายร่วมได้เป็นระบบ

ค่าใช้จ่ายร่วมคือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ตามรูปแบบ Begin หรือ Balanced และเครือข่ายโรงพยาบาล ควรพิจารณาทั้ง ค่าเบี้ยและค่าใช้จ่ายเมื่อต้องรักษา

เพิ่มจากสวัสดิการเดิมได้

เหมาะสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการบริษัท หรือความคุ้มครองเดิมอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มตัวช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาล

วางแผนความคุ้มครองระยะยาว

สามารถต่ออายุได้ถึง อายุ 98 ปี ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของแบบประกัน

จุดสำคัญของ Health Starter คือ ไม่ควรพิจารณาจากค่าเบี้ยเพียงอย่างเดียว

ควรดูร่วมกันทั้งระดับความคุ้มครอง ค่าห้อง ผลประโยชน์ OPD ค่าใช้จ่ายร่วม โรงพยาบาลที่ใช้งานเป็นประจำ และงบประมาณที่สามารถชำระต่อเนื่องได้

i ข้อมูลนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ผลประโยชน์ วงเงิน ค่าใช้จ่ายร่วม การต่ออายุ และเงื่อนไขความคุ้มครอง แตกต่างกันตามแผนที่เลือก ควรศึกษาตารางผลประโยชน์ ข้อยกเว้น และเงื่อนไขในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจ
รูปแบบความคุ้มครอง

Health Starter เลือกได้ 2 รูปแบบ

AIA HEALTH STARTER มีทางเลือกทั้ง BEGIN และ BALANCED โดยแต่ละแบบมีอัตราค่าใช้จ่ายร่วมแตกต่างกัน เพื่อให้สามารถเลือกให้เหมาะกับ โรงพยาบาลที่ใช้เป็นประจำ ระดับความคุ้มครอง และงบประมาณของแต่ละคน

ทำความเข้าใจก่อนเลือกแผน

BEGIN และ BALANCED ต่างกันอย่างไร?

จุดแตกต่างหลักอยู่ที่ช่วงอายุ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม เมื่อใช้โรงพยาบาลในหรือนอกเครือข่าย

รูปแบบแผน

เลือกได้ 2 รูปแบบ

  • BEGIN เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารค่าเบี้ย โดยรับค่าใช้จ่ายร่วมตามเงื่อนไข
  • BALANCED ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม โดยเฉพาะเมื่อใช้โรงพยาบาลในเครือ
โรงพยาบาล

AIA Smart Network

  • สามารถพิจารณาใช้บริการทั้ง โรงพยาบาลในเครือ และ นอกเครือ
  • อัตราค่าใช้จ่ายร่วม แตกต่างตามรูปแบบแผน และโรงพยาบาลที่เลือกใช้
BEGIN

อายุรับประกัน 15 วัน–75 ปี

โรงพยาบาลในเครือ 10% ค่าใช้จ่ายร่วม
โรงพยาบาลนอกเครือ 30% ค่าใช้จ่ายร่วม
BALANCED

อายุรับประกัน 11–75 ปี

โรงพยาบาลในเครือ 0% ไม่มี Copayment ตามรูปแบบนี้
โรงพยาบาลนอกเครือ 20% ค่าใช้จ่ายร่วม
สำหรับเด็ก

ทางเลือก BEGIN-BALANCED สำหรับเด็ก

อายุ 15 วัน–10 ปี

ต้องเลือกแบบ BEGIN-BALANCED ตั้งแต่สมัคร เริ่มด้วยค่าใช้จ่ายร่วมแบบ BEGIN แล้วเปลี่ยนเป็น BALANCED อัตโนมัติ ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี ตามเงื่อนไข ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์ BEGIN จะเปลี่ยนให้อัตโนมัติ

ระดับแผน

ค่าห้องให้เลือก 5 ระดับ

เลือกระดับแผนให้เหมาะกับ ค่าห้อง งบประมาณ และรูปแบบการรักษาที่ต้องการ

1,500 บาท / วัน
2,000 บาท / วัน
2,500 บาท / วัน
3,500 บาท / วัน
4,500 บาท / วัน
เลือกแผนจากโรงพยาบาลที่ใช้จริง ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าเบี้ย

หากใช้โรงพยาบาลในเครือเป็นประจำ รูปแบบค่าใช้จ่ายร่วมของแต่ละแผน จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบเมื่อต้องรักษา จึงควรพิจารณาทั้ง ค่าเบี้ย ระดับแผน และโรงพยาบาลที่ต้องการใช้ร่วมกัน

i ข้อมูลนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น อายุรับประกัน ค่าใช้จ่ายร่วม การเปลี่ยนรูปแบบแผน และรายละเอียดความคุ้มครอง เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ควรศึกษารายละเอียดของแผนก่อนตัดสินใจ
ค่าใช้จ่ายร่วมของ Health Starter

Copayment คืออะไร และต้องร่วมจ่ายเท่าไร?

AIA HEALTH STARTER เป็นแผนที่กำหนด ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบความคุ้มครอง ผู้เอาประกันจึงควรทราบอัตราที่ต้องรับผิดชอบ ก่อนเลือกแผนและโรงพยาบาลที่ต้องการใช้

ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ

ค่าใช้จ่ายร่วมเป็นเงื่อนไขของแผนตั้งแต่เริ่มสัญญา

อัตราที่ต้องร่วมจ่ายแตกต่างกัน ตามรูปแบบ BEGIN หรือ BALANCED และโรงพยาบาลที่เลือกใช้

Copayment หมายถึงอะไร?

  • เป็น ส่วนหนึ่งของโครงสร้างแบบประกัน ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
  • ผู้เอาประกันร่วมรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายบางส่วน ตามอัตราของแผนที่เลือก
  • มีผลตั้งแต่ ปีกรมธรรม์แรก ตามเงื่อนไขของแบบประกัน
  • อัตราการร่วมจ่าย แตกต่างกันตาม BEGIN / BALANCED และโรงพยาบาลที่ใช้บริการ
BEGIN

รูปแบบ BEGIN

มีค่าใช้จ่ายร่วมทั้งโรงพยาบาลในเครือและนอกเครือ

โรงพยาบาลในเครือ 10% ผู้เอาประกันรับผิดชอบตามเงื่อนไข
โรงพยาบาลนอกเครือ 30% ผู้เอาประกันรับผิดชอบตามเงื่อนไข
BALANCED

รูปแบบ BALANCED

ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม โดยเฉพาะเมื่อใช้โรงพยาบาลในเครือ

โรงพยาบาลในเครือ 0% ไม่มี Copayment ตามรูปแบบนี้
โรงพยาบาลนอกเครือ 20% ผู้เอาประกันรับผิดชอบตามเงื่อนไข
!
อัตราที่แสดงนี้เป็นค่าใช้จ่ายร่วมตามรูปแบบ Health Starter ที่ผู้สมัครเลือกตั้งแต่เริ่มสัญญา

ใช้กับค่าใช้จ่ายและหมวดผลประโยชน์ที่กรมธรรม์กำหนด ผู้สมัครจึงสามารถทราบอัตราค่าใช้จ่ายร่วม ก่อนตัดสินใจเลือก BEGIN หรือ BALANCED

BEGIN + รพ.ในเครือ ร่วมจ่าย 10%
BEGIN + รพ.นอกเครือ ร่วมจ่าย 30%
BALANCED + รพ.ในเครือ ไม่มี Copayment ตามรูปแบบนี้

อัตราข้างต้นสรุปค่าใช้จ่ายร่วมสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ตามรูปแบบที่เลือก โดยต้องดูหมวดผลประโยชน์ที่ใช้คำนวณในกรมธรรม์ด้วย แม้อัตราเป็น 0% ผู้เอาประกันภัยอาจยังมีค่าใช้จ่ายเกินวงเงินหรือรายการที่ไม่คุ้มครอง

i ข้อมูลนี้เป็นการสรุปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น การคำนวณค่าใช้จ่ายร่วม ขอบเขตค่าใช้จ่ายที่นำมาคำนวณ โรงพยาบาลในเครือ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามรายละเอียดของแบบประกันและกรมธรรม์ ควรศึกษาตารางผลประโยชน์และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

AIA Smart Hospital Network

โรงพยาบาลในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network กรุงเทพและปริมณฑล
ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง
เลือกโรงพยาบาลได้ตามความสะดวก ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน
รองรับการรักษาตามเงื่อนไขแผนประกันที่เลือก
รวมถึงสถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

AIA Smart Hospital Network

โรงพยาบาลในจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ
โรงพยาบาลในโครงการ AIA Smart Network ต่างจังหวัด
ครอบคลุมโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการทั่วทุกภูมิภาค
รองรับทุกภาคของประเทศไทย
เข้ารับการรักษาได้แม้อยู่ต่างจังหวัด
รวมถึงสถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

หมายเหตุ: รายชื่อโรงพยาบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568)

ตารางผลประโยชน์ เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์

ตัวอย่างเคสเข้ารับการรักษา ประกันสุขภาพ AIA HEALTH STARTER

กรณีตัวอย่าง AIA HEALTH STARTER

ค่ารักษาเกิดขึ้นจริง Health Starter ช่วยอย่างไร?

ตัวอย่างผู้เอาประกันอายุ 35 ปี เลือก Health Starter แผน 3500 แบบ BALANCED เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล ตัวอย่างนี้จะช่วยอธิบายตั้งแต่ การคำนวณผลประโยชน์ ไปจนถึงผลของการเลือกโรงพยาบาลในหรือนอกเครือข่าย

อายุผู้เอาประกัน 35 ปี
แผนความคุ้มครอง 3500 BALANCED
เบี้ยปีแรกในตัวอย่าง 12,900 บาท
สถานะ Vitality Platinum
เหตุการณ์รักษา เข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน 3 วัน ด้วยโรคทอนซิลอักเสบ

จากนั้นจึงตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริง เทียบกับวงเงินผลประโยชน์ของแต่ละหมวด

ขั้นตอนที่ 1

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริงและสิทธิพึงจ่าย

แต่ละรายการมีวงเงินผลประโยชน์แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาแยกตามหมวดก่อนคำนวณค่าใช้จ่ายร่วม

รายการ
ค่าใช้จ่ายจริง
สิทธิพึงจ่าย
ค่าห้องและค่าบริการโรงพยาบาล
10,185
10,185 บาท วงเงิน 3,500 บาท/วัน × 3 วัน = 10,500 บาท
จ่ายตามจริง 10,185 บาท
ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจวินิจฉัย ค่ารักษา ค่ายา และเวชภัณฑ์
20,746
20,746 บาท วงเงินสูงสุด 25,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหนึ่งครั้ง
ค่ายาและเวชภัณฑ์สำหรับนำกลับบ้าน
6,443
1,000 บาท ตามวงเงินผลประโยชน์ในกรณีตัวอย่าง
ค่าแพทย์ตรวจรักษา
4,000
2,700 บาท 900 บาท/วัน × 3 วัน
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 41,374 บาท
สิทธิพึงจ่ายตามตัวอย่าง 34,631 บาท
!
34,631 บาท ยังไม่ใช่ยอดสุดท้ายที่ AIA จ่ายทุกกรณี

สำหรับแผน BALANCED ยังต้องพิจารณาต่อว่า เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือข่าย หรือนอกเครือข่าย เพราะมีผลต่อค่าใช้จ่ายร่วมของผู้เอาประกัน
ค่ารักษาส่วนที่เกินสิทธิพึงจ่ายในตัวอย่างนี้เท่ากับ 41,374 − 34,631 = 6,743 บาท ซึ่งผู้เอาประกันรับผิดชอบแยกจาก Copayment

ขั้นตอนที่ 2

โรงพยาบาลที่เลือก มีผลต่อค่าใช้จ่ายร่วม

ในกรณีตัวอย่างของแผน BALANCED โรงพยาบาลในเครือCopayment 0% ตามตัวอย่าง ส่วนนอกเครือมีค่าใช้จ่ายร่วม 20%

โรงพยาบาลใน AIA Smart Network

Copayment 0% ตามตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายร่วม 0 บาท ตามกรณีตัวอย่างของแผน BALANCED
AIA จ่ายผลประโยชน์ตามตัวอย่าง 34,631 บาท
ผู้เอาประกันจ่ายเองรวมตามตัวอย่าง6,743 บาทค่ารักษาส่วนเกินวงเงิน 6,743 บาท
โรงพยาบาลนอก AIA Smart Network

มีค่าใช้จ่ายร่วม 20%

ค่าใช้จ่ายร่วม 6,926 บาท 20% ของ 34,631 บาท = 6,926.20 บาท
ตัวอย่างนี้แสดงจำนวนเต็ม ปัดเป็น 6,926 บาท
AIA จ่ายผลประโยชน์หลังหักค่าใช้จ่ายร่วม 27,705 บาท
ผู้เอาประกันจ่ายเองรวมตามตัวอย่าง13,669 บาทส่วนเกินวงเงิน 6,743 + Copayment 6,926 บาท
34,631 สิทธิพึงจ่าย
6,926 ค่าใช้จ่ายร่วม 20%
=
27,705 บาท AIA จ่ายผลประโยชน์
ตัวอย่างจากสถานะ Platinum

Vitality Bonus ในกรณีตัวอย่าง

5%
ปีที่มีการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในตามเงื่อนไข

กรณีสถานะ Platinum ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ และมีการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหมวด 1–4 ในปีกรมธรรม์ อาจได้รับโบนัส 5% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานที่ชำระแล้ว ตามเงื่อนไขโครงการ

15%
ปีที่ไม่มีการเคลมตามเงื่อนไข

กรณีสถานะ Platinum ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ และไม่มีการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหมวด 1–4 ในปีกรมธรรม์ อาจได้รับโบนัส 15% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานที่ชำระแล้ว ตามเงื่อนไขโครงการ

สรุปแบบเข้าใจง่าย

วิธีอ่านกรณีตัวอย่างนี้ใน 3 ขั้นตอน

1
เริ่มจากค่ารักษา 41,374 บาท

ตรวจสอบแต่ละรายการกับวงเงิน และผลประโยชน์ของแผนก่อน

2
ได้สิทธิพึงจ่าย 34,631 บาท

เป็นยอดหลังพิจารณาข้อจำกัด ของแต่ละหมวดในกรณีตัวอย่าง

3
ดูว่าใช้โรงพยาบาลใด

ในเครือCopayment 0% ตามตัวอย่าง แต่นอกเครือมีค่าใช้จ่ายร่วม 20% สำหรับแผน BALANCED ในตัวอย่างนี้

i ตัวเลขและเบี้ยประกันภัยเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่ใบเสนอราคาเฉพาะบุคคล โดยตัวเลขส่วน Copayment และผลประโยชน์หลังหัก Copayment แสดงแบบปัดเป็นจำนวนเต็มบาท การจ่ายผลประโยชน์จริง ค่าใช้จ่ายร่วม เครือข่ายโรงพยาบาล Vitality Bonus วงเงิน ข้อยกเว้น และเงื่อนไขอื่น ๆ ให้เป็นไปตามรายละเอียดในกรมธรรม์ และหลักเกณฑ์ของบริษัท
กรณีตัวอย่างสำหรับเด็ก

เมื่อลูกต้องนอนโรงพยาบาล Health Starter ช่วยอย่างไร?

ตัวอย่างเด็กอายุ 6 ปี เลือก AIA Health Starter แผน 2500 แบบ BEGIN เมื่อต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน เราจะดูตั้งแต่ค่ารักษาจริง วงเงินที่พึงจ่าย ไปจนถึงค่าใช้จ่ายร่วมของครอบครัว

อายุผู้เอาประกัน 6 ปี
แผนความคุ้มครอง 2500 BEGIN
เบี้ยปีแรกในตัวอย่าง 28,900 บาท
การรักษา IPD 3 วัน
เหตุการณ์ตัวอย่าง เข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน 3 วัน

ด้วยภาวะต่อมอะดีนอยด์โต (Adenoid hypertrophy)

ขั้นตอนที่ 1

ตรวจสอบค่ารักษาจริงกับวงเงินของแต่ละหมวด

ค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลประโยชน์เท่ากันทั้งหมด เพราะแต่ละหมวดมีวงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกัน

รายการ
ค่าใช้จ่ายจริง
สิทธิพึงจ่าย
ค่าห้องผู้ป่วยใน
12,000
7,500 บาท 2,500 บาท/วัน × 3 วัน
ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจวินิจฉัย ค่ารักษา ค่ายาและเวชภัณฑ์
61,000
20,000 บาท สูงสุด 20,000 บาทต่อการเข้าพักรักษา เป็นผู้ป่วยในหนึ่งครั้ง
ค่ายาและเวชภัณฑ์สำหรับนำกลับบ้าน
1,000
ไม่จ่ายเพิ่มในตัวอย่างนี้ เนื่องจากใช้วงเงินร่วม หมวดย่อย 2.1–2.3 ครบ 20,000 บาทแล้ว
ค่าแพทย์ตรวจรักษา
6,000
2,400 บาท 800 บาท/วัน × 3 วัน
ค่าห้องผ่าตัด หัตถการ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ผ่าตัด
15,000
12,000 บาท สูงสุด 12,000 บาทต่อการเข้าพักรักษา เป็นผู้ป่วยในหนึ่งครั้ง
ค่าแพทย์ทำศัลยกรรมและหัตถการ รวมแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด
25,000
25,000 บาท ภายใต้วงเงินสูงสุด 80,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหนึ่งครั้ง
ค่าวิสัญญีแพทย์
8,000
8,000 บาท ภายใต้วงเงิน 8,000 บาท ต่อการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหนึ่งครั้ง
ค่าใช้จ่ายจริงทั้งหมด 128,000 บาท
สิทธิพึงจ่ายก่อนคิด Copayment 74,900 บาท
!
74,900 บาท ยังต้องนำมาคำนวณค่าใช้จ่ายร่วมอีกครั้ง

เนื่องจากกรณีตัวอย่างนี้เป็น แบบ BEGIN สัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วมจะแตกต่างกัน ระหว่างโรงพยาบาลในเครือและนอกเครือ
ส่วนเกินสิทธิพึงจ่ายเท่ากับ 128,000 − 74,900 = 53,100 บาท ซึ่งครอบครัวรับผิดชอบแยกจาก Copayment

ขั้นตอนที่ 2

แบบ BEGIN มีค่าใช้จ่ายร่วมเท่าไร?

จากสิทธิพึงจ่าย 74,900 บาท จะคำนวณค่าใช้จ่ายร่วมตามโรงพยาบาลที่เลือกใช้

โรงพยาบาลใน AIA Smart Network

ค่าใช้จ่ายร่วม 10%

Copayment ที่ครอบครัวจ่าย 7,490 บาท 74,900 × 10%
AIA จ่ายผลประโยชน์ตามตัวอย่าง 67,410 บาท
ครอบครัวจ่ายเองรวมตามตัวอย่าง60,590 บาทส่วนเกินวงเงิน 53,100 + Copayment 7,490 บาท
โรงพยาบาลนอก AIA Smart Network

ค่าใช้จ่ายร่วม 30%

Copayment ที่ครอบครัวจ่าย 22,470 บาท 74,900 × 30%
AIA จ่ายผลประโยชน์ตามตัวอย่าง 52,430 บาท
ครอบครัวจ่ายเองรวมตามตัวอย่าง75,570 บาทส่วนเกินวงเงิน 53,100 + Copayment 22,470 บาท
74,900 สิทธิพึงจ่าย
7,490 Copayment 10%
=
67,410 บาท AIA จ่ายตามตัวอย่าง
จุดที่ควรรู้สำหรับเด็ก

เลือก BEGIN-BALANCED ตั้งแต่สมัคร
เปลี่ยนเป็น BALANCED ที่วันครบรอบปีกรมธรรม์เมื่ออายุ 11 ปี

ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่เด็กมีอายุครบ 11 ปี จะเปลี่ยนรูปแบบค่าใช้จ่ายร่วมเป็น BALANCED โดยอัตโนมัติ หากเลือกแบบ BEGIN-BALANCED ตั้งแต่วันที่สมัคร ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

สรุปแบบเข้าใจง่าย

วิธีอ่านกรณีตัวอย่างนี้ใน 3 ขั้นตอน

1
ค่ารักษาจริง 128,000 บาท

นำค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ ไปตรวจสอบกับวงเงินผลประโยชน์ของแต่ละหมวด

2
สิทธิพึงจ่าย 74,900 บาท

เป็นยอดหลังพิจารณาวงเงิน และข้อจำกัดของแต่ละหมวด ก่อนคิดค่าใช้จ่ายร่วม

3
ดูโรงพยาบาลที่เลือกใช้

BEGIN ในตัวอย่างนี้ โรงพยาบาลในเครือร่วมจ่าย 10% ส่วนนอกเครือร่วมจ่าย 30%

i ตัวเลขและเบี้ยประกันภัยเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่ใบเสนอราคาเฉพาะบุคคล การรับประกัน การจ่ายผลประโยชน์ ค่าใช้จ่ายร่วม เครือข่ายโรงพยาบาล การเปลี่ยนรูปแบบแผน วงเงิน ข้อยกเว้น และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามรายละเอียดของกรมธรรม์และหลักเกณฑ์ของบริษัท
เงื่อนไขสำคัญก่อนเริ่มความคุ้มครอง

Waiting Period ของ Health Starter

หลังสัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผล ยังมีช่วงเวลาบางส่วนที่ การเจ็บป่วยยังไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเรียกว่า ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ผู้สมัครจึงควรทำความเข้าใจทั้งช่วง 30 วัน และ 120 วัน ก่อนตัดสินใจทำประกัน

30 วัน

การเจ็บป่วยทั่วไปในช่วง 30 วันแรก

การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับจากวันที่สัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผลคุ้มครอง หรือวันที่บริษัทอนุมัติให้เพิ่มผลประโยชน์ แล้วแต่กรณีใดเกิดภายหลัง ยังไม่อยู่ในความคุ้มครองตามเงื่อนไข

120 วัน

ตัวอย่างโรคที่มีระยะเวลารอคอย 120 วัน

สำหรับการเจ็บป่วยบางรายการ จะมีระยะเวลารอคอย 120 วัน ตามเงื่อนไขของสัญญาเพิ่มเติม

1 ไส้เลื่อนทุกชนิด
2 ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
3 การตัดทอนซิล หรืออะดีนอยด์
4 เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
!
จำง่าย ๆ : เจ็บป่วยทั่วไป 30 วัน / โรคที่กำหนด 120 วัน

ระยะเวลารอคอยเป็นคนละเรื่องกับ การพิจารณารับประกันภัยและข้อยกเว้นเฉพาะบุคคล ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ ของผู้เอาประกันภัยแต่ละรายอีกครั้ง

ข้อยกเว้นที่ควรรู้

ตัวอย่างรายการที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครอง

ด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างข้อยกเว้นบางส่วน เพื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวมก่อนศึกษารายละเอียดในกรมธรรม์

ความผิดปกติแต่กำเนิดและโรคทางพันธุกรรม

ภาวะที่เป็นผลจากความผิดปกติแต่กำเนิด ระบบการสร้างอวัยวะไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด โรคทางพันธุกรรม หรือความผิดปกติในการพัฒนาของร่างกาย

การรักษาเพื่อความสวยงาม

การตรวจรักษา หรือการผ่าตัดเพื่อเสริมสวย รวมถึงการแก้ไขปัญหาผิวพรรณ ตามรายละเอียดข้อยกเว้นของกรมธรรม์

การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร

การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอดบุตร และโรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์

ภาวะมีบุตรยากและการคุมกำเนิด

การตรวจหรือรักษาภาวะมีบุตรยาก รวมถึงการวิเคราะห์และการรักษา การทำหมัน หรือการคุมกำเนิด

Waiting Period และข้อยกเว้น เป็นคนละเรื่องกัน

Waiting Period คือช่วงเวลาที่การเจ็บป่วยตามที่กำหนดยังไม่ได้รับความคุ้มครอง สำหรับการเจ็บป่วยบางกรณี ส่วนข้อยกเว้นคือรายการที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามข้อกำหนดของแบบประกัน จึงควรพิจารณาทั้งสองส่วนก่อนสมัคร การพ้นระยะเวลารอคอยไม่ได้ทำให้ข้อยกเว้นสิ้นสุดลง

i ข้อมูลข้างต้นเป็นการสรุปเพื่อช่วยให้เข้าใจเบื้องต้น และเป็นเพียงข้อยกเว้นบางส่วน รายละเอียดระยะเวลารอคอย ข้อยกเว้น การรับประกันภัย และเงื่อนไขความคุ้มครอง ให้เป็นไปตามกรมธรรม์และเอกสารเสนอขายของบริษัท

เงื่อนไขการรับประกัน AIA HEALTH STARTER

ตารางเบี้ยประกันสุขภาพ เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์

คำนวณเบี้ย AIA HEALTH STARTER

เลือกอายุ เพศ แบบประกัน และแผนที่ต้องการ ระบบจะแสดงเบี้ยประกันรายปีให้อัตโนมัติ

AIA HEALTH STARTER

-

เบี้ยประกันอ้างอิงตามช่วงอายุ เพศ แบบประกัน BEGIN / BALANCED และแผนที่เลือก

เบี้ยประกัน

-

บาท / ปี

สนใจประกันสุขภาพ เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์

ความยินยอมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

ตัวแทนให้คำแนะนำ ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

โทรปรึกษา LINE สอบถาม