กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Provident Fund
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) คืออะไร?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่กระทรวงการคลังส่งเสริมให้จัดตั้งตาม พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเป็นทุนทรัพย์ให้พนักงานเมื่อเกษียณอายุ/ลาออก และเป็นหลักประกันแก่ครอบครัวในกรณีเสียชีวิต อีกทั้งช่วยสร้างขวัญกำลังใจและการคงอยู่ในองค์กร โดยทั้งพนักงานและบริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการออมในกองทุน
| กฎหมายที่เกี่ยวข้อง | พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม |
|---|---|
| วัตถุประสงค์หลัก | เป็นทุนทรัพย์เมื่อเกษียณ/ลาออก และหลักประกันให้ครอบครัวเมื่อพนักงานเสียชีวิต |
| ผู้มีส่วนร่วม | พนักงานและนายจ้างร่วมกันออมเงินเข้ากองทุน |
| ประโยชน์ต่อองค์กร | สร้างขวัญกำลังใจและช่วยให้พนักงานอยู่กับบริษัทนานขึ้น |
| สิทธิประโยชน์ทางภาษี | พนักงานและบริษัทได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการออมในกองทุน (ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง) |
-
ความมั่นคงหลังเลิกจ้าง/เกษียณ มีเงินกองทุนเป็นหลักประกันช่วยรองรับค่าใช้จ่ายสำคัญในอนาคต
-
ดูแลครอบครัวเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ในกรณีพนักงานเสียชีวิตมีสิทธิให้ครอบครัวได้รับเงินตามข้อกำหนด
-
สร้างวินัยการออมร่วมกัน พนักงานและนายจ้างร่วมออมอย่างเป็นระบบตามระเบียบของกองทุน
-
สิทธิประโยชน์ทางภาษี ทั้งฝ่ายพนักงานและบริษัทได้รับสิทธิภาษีตามกฎหมาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการออม
* รายละเอียดสัดส่วนสะสม/สมทบ เงื่อนไขการได้รับสิทธิ (vesting) ระเบียบการลาออก โอนย้าย หรือการรับผลประโยชน์ ให้ยึดตามข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ปูพื้นฐานกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สิทธิประโยชน์ทางภาษี
สนใจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Provident Fund
ข้อมูลสำคัญอื่นๆ
Q: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร?
A: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมิใช่การประกันชีวิต แต่เป็นสวัสดิการด้านการออมเงินระยะยาวที่บริษัทและพนักงานร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยพนักงานสะสมเงินในอัตราร้อยละ 2–15 ของค่าจ้างพื้นฐาน และบริษัทสมทบเงินในอัตราร้อยละ 2–15 ของค่าจ้างพื้นฐาน (ไม่รวม OT และโบนัส) เข้าสู่กองทุนเป็นรายเดือน
Q: ทำไมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพถึงมั่นคง?
A: เพราะกองทุนต้องนำไปจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล เจ้าหนี้ของสมาชิกหรือบริษัทนายจ้างไม่สามารถแตะต้องเงินก้อนนี้ได้ ตราบเท่าที่ยังอยู่ในกองทุน
Q: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกอบด้วยอะไรบ้าง?
A: เงินสะสมที่ลูกจ้างส่งเข้ากองทุนทุกเดือน + เงินสมทบที่นายจ้างส่งเข้ากองทุนทุกเดือน + ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน
Q: พนักงานและบริษัทจะออมเงินในอัตราเท่าใด?
A: เป็นไปตามข้อบังคับกองทุน โดยอัตราเงินสะสมและสมทบต้องอยู่ระหว่าง 2%–15% ของค่าจ้างต่อเดือน เช่น พนักงานสะสม 5% บริษัทสมทบ 5% หรืออาจปรับตามอายุงาน เช่น พนักงานเลือกสะสม 3%, 5% หรือ 7% โดยบริษัทสมทบในอัตราเท่ากัน
Q: พนักงานจะได้รับเงินเท่าใดเมื่อออกจากกองทุน?
A: พนักงานจะได้รับเงินสะสมพร้อมผลประโยชน์ของตนเองทั้งหมด ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ของเงินสมทบ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัท
Q: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีประโยชน์ต่อพนักงานอย่างไร?
ได้รับเงินสะสมบวกผลประโยชน์จากการลงทุน พร้อมสิทธิที่จะได้รับเงินสมทบและผลประโยชน์จากนายจ้าง (ตามข้อบังคับกองทุน) เมื่อออกจากงาน เกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
เสียภาษีเงินได้ประจำปีน้อยลง เพราะเงินสะสมสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/ปี)
ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุนได้รับการยกเว้นภาษี
กรณีสิ้นสุดสมาชิกภาพเพราะเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรืออายุ ≥ 55 ปี และเป็นสมาชิกไม่น้อยกว่า 5 ปี เงินก้อนที่ได้รับจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด
กรณีออกจากงาน มีอายุงาน ≥ 5 ปี เงินก้อนที่ได้รับจากกองทุน (ไม่รวมเงินสะสม) สามารถแยกคำนวณภาษีได้ โดยหักค่าใช้จ่าย 7,000 บาท × จำนวนปีที่ทำงาน และหักค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกครึ่งหนึ่ง ก่อนนำไปคำนวณภาษี
Q: บริษัทนายจ้างจะได้รับประโยชน์อะไร?
ลดภาระภาษี เพราะเงินสมทบถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
ได้รับเงินสมทบคืนในส่วนที่พนักงานไม่มีสิทธิได้รับ
การจัดการโดยบริษัทจัดการมืออาชีพ ลดภาระงานด้านการลงทุน บัญชี และรายงาน
ลดข้อพิพาทแรงงาน และลดปัญหาการลาออก
ทำหน้าที่บริษัทจัดการ ลงทุนตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎระเบียบของ ก.ล.ต.
จัดทำทะเบียนสมาชิก และรายงานการจัดการกองทุนต่อคณะกรรมการกองทุนทุกเดือน
จัดส่งรายงานยอดเงินกองทุนรายบุคคลให้สมาชิกทุก 6 เดือน
