ประกันสุขภาพที่ช่วยให้ วางแผนได้ยืดหยุ่นขึ้น
AIA HEALTH STARTER เป็นสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพสำหรับผู้ที่ต้องการ วางแผนค่ารักษาพยาบาลให้สอดคล้องกับงบประมาณ โดยมีรูปแบบค่าใช้จ่ายร่วม และระดับความคุ้มครองให้พิจารณาตามแผนที่เลือก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวางแผนสุขภาพ หรือเพิ่มความคุ้มครองจากสวัสดิการที่มีอยู่เดิม
Balanced: 11–75 ปี
Health Starter ช่วยวางแผนสุขภาพอย่างไร?
เลือกระดับความคุ้มครอง และพิจารณาค่าใช้จ่ายร่วมให้เหมาะกับ รูปแบบการใช้โรงพยาบาลและงบประมาณของคุณ
รองรับค่ารักษาผู้ป่วยใน
ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายเมื่อต้อง เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ภายในวงเงินและรายละเอียดของแผนที่เลือก
มีผลประโยชน์ผู้ป่วยนอก
ผลประโยชน์ OPD มีในแผน 2,000–4,500 วงเงิน 4,000–7,000 บาทต่อรอบปีกรมธรรม์ตามแผน ส่วนแผน 1,500 ไม่มีผลประโยชน์ OPD ทั่วไป
เลือกแผนให้เหมาะกับงบประมาณ
สามารถพิจารณาระดับความคุ้มครอง ให้เหมาะกับค่ารักษาที่ต้องการรองรับ และงบประมาณสำหรับเบี้ยประกันภัย
บริหารค่าใช้จ่ายร่วมได้เป็นระบบ
ค่าใช้จ่ายร่วมคือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ตามรูปแบบ Begin หรือ Balanced และเครือข่ายโรงพยาบาล ควรพิจารณาทั้ง ค่าเบี้ยและค่าใช้จ่ายเมื่อต้องรักษา
เพิ่มจากสวัสดิการเดิมได้
เหมาะสำหรับผู้ที่มีสวัสดิการบริษัท หรือความคุ้มครองเดิมอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มตัวช่วยรองรับค่ารักษาพยาบาล
วางแผนความคุ้มครองระยะยาว
สามารถต่ออายุได้ถึง อายุ 98 ปี ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ของแบบประกัน
ควรดูร่วมกันทั้งระดับความคุ้มครอง ค่าห้อง ผลประโยชน์ OPD ค่าใช้จ่ายร่วม โรงพยาบาลที่ใช้งานเป็นประจำ และงบประมาณที่สามารถชำระต่อเนื่องได้
Health Starter เลือกได้ 2 รูปแบบ
AIA HEALTH STARTER มีทางเลือกทั้ง BEGIN และ BALANCED โดยแต่ละแบบมีอัตราค่าใช้จ่ายร่วมแตกต่างกัน เพื่อให้สามารถเลือกให้เหมาะกับ โรงพยาบาลที่ใช้เป็นประจำ ระดับความคุ้มครอง และงบประมาณของแต่ละคน
BEGIN และ BALANCED ต่างกันอย่างไร?
จุดแตกต่างหลักอยู่ที่ช่วงอายุ และสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม เมื่อใช้โรงพยาบาลในหรือนอกเครือข่าย
เลือกได้ 2 รูปแบบ
- BEGIN เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบริหารค่าเบี้ย โดยรับค่าใช้จ่ายร่วมตามเงื่อนไข
- BALANCED ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม โดยเฉพาะเมื่อใช้โรงพยาบาลในเครือ
AIA Smart Network
- สามารถพิจารณาใช้บริการทั้ง โรงพยาบาลในเครือ และ นอกเครือ
- อัตราค่าใช้จ่ายร่วม แตกต่างตามรูปแบบแผน และโรงพยาบาลที่เลือกใช้
อายุรับประกัน 15 วัน–75 ปี
อายุรับประกัน 11–75 ปี
ทางเลือก BEGIN-BALANCED สำหรับเด็ก
ต้องเลือกแบบ BEGIN-BALANCED ตั้งแต่สมัคร เริ่มด้วยค่าใช้จ่ายร่วมแบบ BEGIN แล้วเปลี่ยนเป็น BALANCED อัตโนมัติ ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี ตามเงื่อนไข ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์ BEGIN จะเปลี่ยนให้อัตโนมัติ
ค่าห้องให้เลือก 5 ระดับ
เลือกระดับแผนให้เหมาะกับ ค่าห้อง งบประมาณ และรูปแบบการรักษาที่ต้องการ
หากใช้โรงพยาบาลในเครือเป็นประจำ รูปแบบค่าใช้จ่ายร่วมของแต่ละแผน จะมีผลต่อค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบเมื่อต้องรักษา จึงควรพิจารณาทั้ง ค่าเบี้ย ระดับแผน และโรงพยาบาลที่ต้องการใช้ร่วมกัน
Copayment คืออะไร และต้องร่วมจ่ายเท่าไร?
AIA HEALTH STARTER เป็นแผนที่กำหนด ค่าใช้จ่ายร่วม (Copayment) ไว้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบความคุ้มครอง ผู้เอาประกันจึงควรทราบอัตราที่ต้องรับผิดชอบ ก่อนเลือกแผนและโรงพยาบาลที่ต้องการใช้
ค่าใช้จ่ายร่วมเป็นเงื่อนไขของแผนตั้งแต่เริ่มสัญญา
อัตราที่ต้องร่วมจ่ายแตกต่างกัน ตามรูปแบบ BEGIN หรือ BALANCED และโรงพยาบาลที่เลือกใช้
Copayment หมายถึงอะไร?
- เป็น ส่วนหนึ่งของโครงสร้างแบบประกัน ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า
- ผู้เอาประกันร่วมรับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายบางส่วน ตามอัตราของแผนที่เลือก
- มีผลตั้งแต่ ปีกรมธรรม์แรก ตามเงื่อนไขของแบบประกัน
- อัตราการร่วมจ่าย แตกต่างกันตาม BEGIN / BALANCED และโรงพยาบาลที่ใช้บริการ
รูปแบบ BEGIN
มีค่าใช้จ่ายร่วมทั้งโรงพยาบาลในเครือและนอกเครือ
รูปแบบ BALANCED
ลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วม โดยเฉพาะเมื่อใช้โรงพยาบาลในเครือ
ใช้กับค่าใช้จ่ายและหมวดผลประโยชน์ที่กรมธรรม์กำหนด ผู้สมัครจึงสามารถทราบอัตราค่าใช้จ่ายร่วม ก่อนตัดสินใจเลือก BEGIN หรือ BALANCED
อัตราข้างต้นสรุปค่าใช้จ่ายร่วมสำหรับการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ตามรูปแบบที่เลือก โดยต้องดูหมวดผลประโยชน์ที่ใช้คำนวณในกรมธรรม์ด้วย แม้อัตราเป็น 0% ผู้เอาประกันภัยอาจยังมีค่าใช้จ่ายเกินวงเงินหรือรายการที่ไม่คุ้มครอง
AIA Smart Hospital Network
AIA Smart Hospital Network
หมายเหตุ: รายชื่อโรงพยาบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568)
ตารางผลประโยชน์ เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์
ที่มาของรูปภาพ: เว็บไซต์ทางการของ บริษัท AIA ประเทศไทย จำกัด
ตัวอย่างเคสเข้ารับการรักษา ประกันสุขภาพ AIA HEALTH STARTER
ที่มาของรูปภาพ: เว็บไซต์ทางการของ บริษัท AIA ประเทศไทย จำกัด
ค่ารักษาเกิดขึ้นจริง Health Starter ช่วยอย่างไร?
ตัวอย่างผู้เอาประกันอายุ 35 ปี เลือก Health Starter แผน 3500 แบบ BALANCED เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล ตัวอย่างนี้จะช่วยอธิบายตั้งแต่ การคำนวณผลประโยชน์ ไปจนถึงผลของการเลือกโรงพยาบาลในหรือนอกเครือข่าย
จากนั้นจึงตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริง เทียบกับวงเงินผลประโยชน์ของแต่ละหมวด
ตรวจสอบค่าใช้จ่ายจริงและสิทธิพึงจ่าย
แต่ละรายการมีวงเงินผลประโยชน์แตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาแยกตามหมวดก่อนคำนวณค่าใช้จ่ายร่วม
จ่ายตามจริง 10,185 บาท
สำหรับแผน BALANCED
ยังต้องพิจารณาต่อว่า
เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือข่าย
หรือนอกเครือข่าย
เพราะมีผลต่อค่าใช้จ่ายร่วมของผู้เอาประกัน
ค่ารักษาส่วนที่เกินสิทธิพึงจ่ายในตัวอย่างนี้เท่ากับ 41,374 − 34,631 = 6,743 บาท ซึ่งผู้เอาประกันรับผิดชอบแยกจาก Copayment
โรงพยาบาลที่เลือก มีผลต่อค่าใช้จ่ายร่วม
ในกรณีตัวอย่างของแผน BALANCED โรงพยาบาลในเครือCopayment 0% ตามตัวอย่าง ส่วนนอกเครือมีค่าใช้จ่ายร่วม 20%
Copayment 0% ตามตัวอย่าง
มีค่าใช้จ่ายร่วม 20%
ตัวอย่างนี้แสดงจำนวนเต็ม ปัดเป็น 6,926 บาท
Vitality Bonus ในกรณีตัวอย่าง
กรณีสถานะ Platinum ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ และมีการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหมวด 1–4 ในปีกรมธรรม์ อาจได้รับโบนัส 5% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานที่ชำระแล้ว ตามเงื่อนไขโครงการ
กรณีสถานะ Platinum ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ และไม่มีการเข้าพักรักษาเป็นผู้ป่วยในหมวด 1–4 ในปีกรมธรรม์ อาจได้รับโบนัส 15% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานที่ชำระแล้ว ตามเงื่อนไขโครงการ
วิธีอ่านกรณีตัวอย่างนี้ใน 3 ขั้นตอน
ตรวจสอบแต่ละรายการกับวงเงิน และผลประโยชน์ของแผนก่อน
เป็นยอดหลังพิจารณาข้อจำกัด ของแต่ละหมวดในกรณีตัวอย่าง
ในเครือCopayment 0% ตามตัวอย่าง แต่นอกเครือมีค่าใช้จ่ายร่วม 20% สำหรับแผน BALANCED ในตัวอย่างนี้
ที่มาของรูปภาพ: เว็บไซต์ทางการของ บริษัท AIA ประเทศไทย จำกัด
เมื่อลูกต้องนอนโรงพยาบาล Health Starter ช่วยอย่างไร?
ตัวอย่างเด็กอายุ 6 ปี เลือก AIA Health Starter แผน 2500 แบบ BEGIN เมื่อต้องเข้ารักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน เราจะดูตั้งแต่ค่ารักษาจริง วงเงินที่พึงจ่าย ไปจนถึงค่าใช้จ่ายร่วมของครอบครัว
ด้วยภาวะต่อมอะดีนอยด์โต (Adenoid hypertrophy)
ตรวจสอบค่ารักษาจริงกับวงเงินของแต่ละหมวด
ค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลประโยชน์เท่ากันทั้งหมด เพราะแต่ละหมวดมีวงเงินและเงื่อนไขแตกต่างกัน
เนื่องจากกรณีตัวอย่างนี้เป็น
แบบ BEGIN
สัดส่วนค่าใช้จ่ายร่วมจะแตกต่างกัน
ระหว่างโรงพยาบาลในเครือและนอกเครือ
ส่วนเกินสิทธิพึงจ่ายเท่ากับ 128,000 − 74,900 = 53,100 บาท ซึ่งครอบครัวรับผิดชอบแยกจาก Copayment
แบบ BEGIN มีค่าใช้จ่ายร่วมเท่าไร?
จากสิทธิพึงจ่าย 74,900 บาท จะคำนวณค่าใช้จ่ายร่วมตามโรงพยาบาลที่เลือกใช้
ค่าใช้จ่ายร่วม 10%
ค่าใช้จ่ายร่วม 30%
เลือก BEGIN-BALANCED ตั้งแต่สมัคร
เปลี่ยนเป็น BALANCED ที่วันครบรอบปีกรมธรรม์เมื่ออายุ 11 ปี
ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่เด็กมีอายุครบ 11 ปี จะเปลี่ยนรูปแบบค่าใช้จ่ายร่วมเป็น BALANCED โดยอัตโนมัติ หากเลือกแบบ BEGIN-BALANCED ตั้งแต่วันที่สมัคร ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
วิธีอ่านกรณีตัวอย่างนี้ใน 3 ขั้นตอน
นำค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ ไปตรวจสอบกับวงเงินผลประโยชน์ของแต่ละหมวด
เป็นยอดหลังพิจารณาวงเงิน และข้อจำกัดของแต่ละหมวด ก่อนคิดค่าใช้จ่ายร่วม
BEGIN ในตัวอย่างนี้ โรงพยาบาลในเครือร่วมจ่าย 10% ส่วนนอกเครือร่วมจ่าย 30%
Waiting Period ของ Health Starter
หลังสัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผล ยังมีช่วงเวลาบางส่วนที่ การเจ็บป่วยยังไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งเรียกว่า ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ผู้สมัครจึงควรทำความเข้าใจทั้งช่วง 30 วัน และ 120 วัน ก่อนตัดสินใจทำประกัน
การเจ็บป่วยทั่วไปในช่วง 30 วันแรก
การเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับจากวันที่สัญญาเพิ่มเติมเริ่มมีผลคุ้มครอง หรือวันที่บริษัทอนุมัติให้เพิ่มผลประโยชน์ แล้วแต่กรณีใดเกิดภายหลัง ยังไม่อยู่ในความคุ้มครองตามเงื่อนไข
ตัวอย่างโรคที่มีระยะเวลารอคอย 120 วัน
สำหรับการเจ็บป่วยบางรายการ จะมีระยะเวลารอคอย 120 วัน ตามเงื่อนไขของสัญญาเพิ่มเติม
ระยะเวลารอคอยเป็นคนละเรื่องกับ การพิจารณารับประกันภัยและข้อยกเว้นเฉพาะบุคคล ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ ของผู้เอาประกันภัยแต่ละรายอีกครั้ง
ตัวอย่างรายการที่ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครอง
ด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างข้อยกเว้นบางส่วน เพื่อช่วยให้เข้าใจภาพรวมก่อนศึกษารายละเอียดในกรมธรรม์
ความผิดปกติแต่กำเนิดและโรคทางพันธุกรรม
ภาวะที่เป็นผลจากความผิดปกติแต่กำเนิด ระบบการสร้างอวัยวะไม่สมบูรณ์แต่กำเนิด โรคทางพันธุกรรม หรือความผิดปกติในการพัฒนาของร่างกาย
การรักษาเพื่อความสวยงาม
การตรวจรักษา หรือการผ่าตัดเพื่อเสริมสวย รวมถึงการแก้ไขปัญหาผิวพรรณ ตามรายละเอียดข้อยกเว้นของกรมธรรม์
การตั้งครรภ์และการคลอดบุตร
การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอดบุตร และโรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์
ภาวะมีบุตรยากและการคุมกำเนิด
การตรวจหรือรักษาภาวะมีบุตรยาก รวมถึงการวิเคราะห์และการรักษา การทำหมัน หรือการคุมกำเนิด
Waiting Period คือช่วงเวลาที่การเจ็บป่วยตามที่กำหนดยังไม่ได้รับความคุ้มครอง สำหรับการเจ็บป่วยบางกรณี ส่วนข้อยกเว้นคือรายการที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามข้อกำหนดของแบบประกัน จึงควรพิจารณาทั้งสองส่วนก่อนสมัคร การพ้นระยะเวลารอคอยไม่ได้ทำให้ข้อยกเว้นสิ้นสุดลง
เงื่อนไขการรับประกัน AIA HEALTH STARTER
ตารางเบี้ยประกันสุขภาพ เอไอเอ เฮลธ์ สตาร์ตเตอร์
ที่มาของรูปภาพ: เว็บไซต์ทางการของ บริษัท AIA ประเทศไทย จำกัด
คำนวณเบี้ย AIA HEALTH STARTER
เลือกอายุ เพศ แบบประกัน และแผนที่ต้องการ ระบบจะแสดงเบี้ยประกันรายปีให้อัตโนมัติ
-
เบี้ยประกัน
-
บาท / ปี
